การตลาด ยุค-New-Normal สไตล์แม่ดา กระเป๋าสวยราคาถูก และ สาระรีฟ การตลาดบ้าน ๆ
ผู้สนับสนุน

การตลาด ยุค New Normal คงจะเป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนอยากรู้ว่า ต่างกันอย่างไร กับ การตลาด ปกติทั่วไป สาระรีฟจะขอเล่าก่อนเลยครับ ว่าปกติแล้วการตลาด ในช่วงเวลาปกติ จะเป็นช่วงที่เราทำกิจกรรมต่าง ๆ ผลลัพธ์ที่ได้มีโอกาสที่จะตรงตามเป้ามากกว่า การทำตลาดในช่วงที่เกิดวิกฤติ

ทำไมถึงแบบนั้น? สาระรีฟ จะเล่าแบบนี้ครับ โดยให้ 2 กรณีศึกษาครับเราลองจินตนาการว่า ตอนที่เรามีเงินเก็บในบัญชีสัก 100,000 บาท แล้วเราจะเอามาลงทุนเปิดร้านขายลูกชิ้นปิ้ง ลงค่าของอะไรไปหมดแล้ว เงินยังเหลืออีก 80,000

  • กรณีที่ 1 เรามีเงินเหลือเน้น ๆ 80,000 บาท การต่อยอดร้านลูกชิ้นให้มียอดขายมากขึ้น เราจะทำอย่างไร?
  • กรณีที่ 2 หากในกรณีเดียวกัน หากเราลดเหลือสัก 10,000 บ้างล่ะ เราจะทำยังไงกับเงินที่เหลือนี้ดี?

สังเกตุนะครับ ถ้าเราให้กรณีที่ 1 เป็นช่วงเวลาปกติ ที่ไม่ได้มีเหตุการณ์อื่น ๆ เข้ามากระทบ การทำของเราจะสมองปลอดโปร่ง คิดอะไร ก็ดูดีไปหมด เพราะเงินในบัญชีมันมีเยอะไง เลยไม่ต้องมาซีเรียส

แต่หากมองในมุมกลับกัน ธุรกิจเดียวกัน หากเงินที่เคยมี เหลือเพียงน้อยนิดล่ะ แล้วเราจะทำการตลาดยังไงดี คราวนี้แหละ ของจริง ของที่เคยทำตอนมีเงิน เราจะรู้สึกต้องระวังตัวไปหมด เพราะไม่งั้น ถ้าพลาด อาจจะทำให้ ธุรกิจ เจ็บหนักกว่าเดิมก็เป็นได้

ท้าวความกัน เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2563 สาระรีฟ ถูกเชิญไปแบ่งปันเรื่องการตลาด ยุค New Normal ที่จัดโดย มหาวิทยาลัยฟาตอนี จังหวัดปัตตานี

โดยมีเข้าร่วม น้อง ๆ นักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยฟาตอนี กลุ่มวิสาหกิจ และ นักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ ที่เข้ามาร่วมในงานดังกล่าว โดยมีวิทยากร 2 ท่านภายในงาน คือ

การตลาด ยุค-New-Normal สไตล์แม่ดา กระเป๋าสวยราคาถูก และ สาระรีฟ การตลาดบ้าน ๆ
  1. คุณฟารีดา มะหวีเอ็น เจ้าของ Page แม่ดากระเป๋าสวยราคาถูก บุคคลที่เชี่ยวชาญการ Live ขายกระเป๋า ด้วยยอดผู้ชม ร่วมหมื่น ๆ ที่ติดตามเพจเกือบ 1 ล้าน และยอดขายในแต่ละวันถล่มทลาย
  2. อีกคนก็ สาระรีฟ เอง (555+) เจ้าของ Page สาระรีฟ การตลาดบ้าน ๆ ที่ทำงานด้านการตลาดออนไลน์เป็นหลัก มาแชร์ว่า ช่วงเวลาดังกล่าวทาง สาระรีฟ ใช้การตลาดอย่างไร

แม่ดา กระเป๋าสวยราคาถูก

เรามาเริ่มจาก แม่ดา กันก่อนที่แม่ดามาแบ่งปัน เทคนิคการ Live ว่าทำยังไง ยอดขายถึงปังขนาดนี้ โดยแม่ดาเริ่มจากการเล่าเรื่องวิธีการทำตลาดของต้นเอง ซึ่งสาระรีฟ สรุปคร่าว ๆ ได้ดังนี้ครับ

ต้องสุขภาพจิตดีก่อน Live

แม่ดา กล่าวว่า จะ Live นี้ต้องมีความสุขก่อน อย่าเครียด อย่าคิดมาก ไม่งั้นนะ ส่งผลต่อการ Live มาก แม่ดาบอกภายในงานว่า เขาเคยกลับมาย้อนดู VDO ย้อนหลัง แล้วสังเกตุได้เลย วันที่อารมณ์ไม่ได้แจ่มใส ดูออกเลยจากน้ำเสียงที่พูดออกไป

ดังนั้นเลยแนะนำว่า ทุกครั้งที่จะ Live ให้ทำตัวเองให้มีความสุขก่อน จะได้ทำให้ผู้ที่ดู มีความสุขตามมาด้วย

การแต่งกาย

อีกทั้ง แม่ดายังเสริมวิธีการ Live อีก ก็คือ การแต่งตัว แม่ดาได้บอกว่า รู้ไหม ว่า เวลา Live นี้แม่ดาแต่งตัว สวยกว่า ในสถานการณ์อื่น ๆ อีกนะ เพราะต้องออกหน้ากลอง ให้ผู้ชมได้มาชม จะได้มีความสุขกับการ Live นั้นด้วย

ซึ่งแปลว่า การแต่งตัว ย่อมเป็นส่วนหนึ่งที่ลูกค้า หรือ ผู้ชม ชอบที่จะมาชมการ Live เหล่านั้น คนที่ดูก็จะได้สบายตา และพร้อมจะติดตามเราในทุกครั้งที่ Live นั่นเอง

เทคนิคการขาย

แม่ดา บอกว่า ถ้าจะ Live หากหยิบใบใหนขึ้นมา ต้องขายใบนั้นเลย ไม่มีแบบ จะเอาใบนั้น ใบนี้ แล้วเดินไปหยิบ มันจะทำให้การสื่อสารดูไม่สะดุดการติดตามของผู้ชม

ซึ่งวิธีการเหล่านั้น เป็นจุดที่ทำให้ แม่ดา สามารถทำเพจ ที่มีผู้ติดตามเกือบ 1 ล้านคน ซึ่งเป็นบุคคลหนึ่งเลยที่ มีการเข้ามาชมของคนติดอันดับต้น ๆ ของวงการ ขายสินค้า บน Facebook Live เลยทีเดียว

การสร้างแบรนด์

แบรนด์ก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องทำ เพราะหากลูกค้าจำแบรนด์ที่เราทำไม่ได้ เราก็ยากที่จะขายสินค้า ดังนั้นต้องทำแบรนด์ให้ติด ผ่านการเล่าเรื่อง งานบริการ หรือ สร้างความประทับใจแก่ ลูกค้าของตนเอง ให้เขารักในแบรนด์ และพร้อมจะสนุบสนุนผลงานของแบรนด์ในทุก ๆ กิจกรรมที่เราจัดทำขึ้นมา

สาระรีฟ โดย ชารีฟ เด่นสุมิตร

ในส่วนของสาระรีฟ ได้หัวข้อ ยุทธจักรพันล้าน การขายยุค New Normal (ธุรกิจยังทำไม่ถึงพันล้านเลย ส่วนหัวน่ะ ก็ใกล้ล้านแล้ว 555+) ซึ่งเป็นเนื้อหาที่มาแบ่งปันว่าในข่วง Covid-19 ที่ต่างคนต่าง ได้รับผลกระทบด้านยอดขายกันหมด สาระรีฟทำยังไง ถึงรอดมาได้

วิเคราะห์สถานการณ์

เริ่มต้นก่อนเลย ต้องดูก่อนว่า หากเกิดเหตุการณ์ปิดเมือง (ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีการประกาศปิด) กิจการจะโดนผลประทบอะไรบ้าง แต่ละประเทศ เขารับมือกันอย่างไร จะได้เอามาคิดว่า เราจะเจออะไรบ้าง เมื่อถึงวันที่เมืองต้องโดนปิด ร้านอาหาร โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว จะถูกสั่งปิดหมด

หากเรารู้วิธีของการจัดการ ในแต่ละสถานที่ มันจะช่วยให้เราพร้อมรับมือได้ก่อนล่วงหน้า ซึ่งนั่นคือ สิ่งที่กิจการต้องติดตามข่าวสาร และกลับมาดูว่าเราจะรับมืออย่างไร

สาระรีฟ จะยกตัวอย่าง สมมติว่า ตอนนี้ช่วงหน้าฝน ฝนตกหนักมาก ไม่หยุดมาแล้ว 2 วัน น้ำในคลอง ลำธารเริ่มสูงขึ้น แปลว่าโอกาสที่จะท่วมสูงมาก ซึ่งเหตุการณ์นี้ เราทำอย่างไรละ? ก็เตรียมยกของขึ้นที่สูงก่อนใช่ไหม เตรียมกระสอบสายปิด หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่เราคิดว่า มันช่วยป้องกันทรัพย์สินเสียหายได้

เหตุการณ์ Covid-19 ก็เหมือนกันแหละ เอาสิ่งที่เราใช้ตอนจัดการน้ำท่วมมาประยุกษ์ เราจะทำให้วางแผนได้เลยว่า เราจะต้องทำอะไรก่อนหลัง เพื่อไม่ให้กิจการเรา โดนผลกระทบมากที่สุด ไม่งั้นหากเราไม่เตรียมตัวอะไรเลย วันที่เหตุการณ์มาถึง เราอาจจะต้องเป็น 1 ในกิจการที่ต้องปิดตัวก็เป็นได้ ถูกไหม?

หาโอกาสในวิกฤติ

สาระรีฟ อยากบอกทุกท่านครับ ว่าในทุก ๆ วิกฤติ มีโอกาสแฝงอยู่เสมอ เราอย่าวิตกกังวล จนทำอะไรไม่ถูกครับ ให้ดูว่า วิกฤติ เมื่อเราเตรียมรับมือแล้ว เราจะหาโอกาสอย่างไร จากวิกฤติเหล่านั้น เช่น ที่ทุกคนทำงาน Work From Home กัน แปลว่า แต่ละคนก็น่าจะต้องทำอาหารกินเอง เพราะไม่มีร้านใหนเปิดเลย

คนเห็นโอกาสเหล่านี้แหละ จะผันตัวมาทำอาหารเดลิเวอร์รี่ ขายตามช่องทางออนไลนืต่าง ๆ สังเกตุครับ มีหลายคนได้รับโอกาส ขายของกินในช่วงปิดเมืองได้เยอะเลย จากการโพสเดลิเวอร์รี่ ส่งขนม หรือ อาหารที่เราทำ ไปถึงหน้าบ้านคนกิน

สำหรับหัวข้อเกี่ยวที่น่าสนใจ สามารถอ่านเพิ่มเติมกันได้นะครับ

สุดท้ายแล้ว หากใครอยากถาม หรือพูดคุย Add Line (คลิ๊ก) หรือ ทัก Chat Facebook (คลิ๊ก) แล้วแต่สะดวกได้เลย มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ครับ หวังว่าเนื้อหานี้คงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ

สำหรับใครที่สงสัยว่า สาระรีฟ คืออะไรสามารถอ่านได้ ที่นี่เลยครับ สาระรีฟ.com ส่วนนี้จะอธิบายว่าบทความต่าง ๆ ที่จะมาแชร์กันมีเรื่องอะไรกันบ้าง หวังว่าจะได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ

ผู้สนับสนุน